บริหารความเสี่ยงอย่างไร ไม่ให้ล้างพอร์ต

เทคนิค Money Management, การตั้ง Stop Loss, และกฎ 1-2% ที่มืออาชีพใช้

ทำไม Money Management ถึงสำคัญที่สุด

90% ของนักเทรดมือใหม่ขาดทุน สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะวิเคราะห์ผิด แต่เพราะบริหารเงินไม่ดี เทรดหนักเกินไป ไม่ตั้ง Stop Loss

แม้จะวิเคราะห์ถูก 70% แต่ถ้าตอนผิดเสียเงินมากกว่าตอนถูก สุดท้ายก็ขาดทุน

การบริหารความเสี่ยงที่ดีทำให้คุณอยู่ในตลาดได้นาน มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาฝีมือ

กฎ 1-2% ที่มืออาชีพใช้

กฎทอง: ห้ามเสี่ยงเกิน 1-2% ของทุนทั้งหมดต่อ 1 ออเดอร์ ถ้ามีทุน 10,000 บาท ความเสี่ยงสูงสุดต่อออเดอร์คือ 100-200 บาท

คำนวณ Lot size จาก: ระยะ Stop Loss (pips) × มูลค่า pip × Lot size = ความเสี่ยงต่อออเดอร์

วิธีนี้ทำให้แม้จะแพ้ 10 ครั้งติดต่อกัน ทุนก็ยังเหลือพอเทรดต่อได้

ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น

Stop Loss คือจุดที่ระบบจะปิดออเดอร์ให้อัตโนมัติเมื่อราคาไปในทิศทางตรงข้าม ช่วยจำกัดการขาดทุน

อย่าเทรดโดยไม่ตั้ง Stop Loss เด็ดขาด แม้จะมั่นใจแค่ไหน ตลาดสามารถเคลื่อนไหวผิดคาดได้เสมอ

ตำแหน่ง Stop Loss ที่ดีควรอยู่ที่จุดที่ถ้าราคาไปถึงแปลว่า การวิเคราะห์ของเราผิด ไม่ใช่แค่ตั้งไว้ใกล้ๆ

Sponsored

พร้อมเริ่มเทรดทองคำแล้ว?

เปิดบัญชี Exness สเปรดต่ำ ฝากถอนทันที หรือ XM รับโบนัสฟรี

Take Profit และ Risk:Reward Ratio

ตั้ง Take Profit ที่อัตราส่วน Risk:Reward อย่างน้อย 1:2 หมายถึง ถ้าเสี่ยง 100 บาท ต้องตั้งเป้าทำกำไร 200 บาท

ด้วยอัตราส่วน 1:2 แม้จะแพ้ 50% ก็ยังมีกำไร เพราะตอนชนะได้มากกว่าตอนแพ้

หลายมืออาชีพใช้ Risk:Reward 1:3 ขึ้นไป ทำให้ต้องชนะแค่ 30-40% ก็มีกำไร

กฎอื่นๆ ที่สำคัญ

ห้ามเทรดแก้มือ (Revenge Trading) — ถ้าแพ้หลายครั้งติดต่อกัน หยุดพักก่อน อย่าเพิ่ม Lot เพื่อเอาคืน

ห้ามเทรดเกิน 3-5 ออเดอร์ต่อวัน ยิ่งเทรดเยอะยิ่งมีโอกาสผิดพลาด

อย่าใช้ Leverage เต็มที่ แม้ Broker จะให้ Leverage สูง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ เริ่มจาก 1:100 หรือต่ำกว่าก่อน

Sponsored

พร้อมเริ่มเทรดทองคำแล้ว?

เปิดบัญชี Exness สเปรดต่ำ ฝากถอนทันที หรือ XM รับโบนัสฟรี

คำเตือน: การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน